วอยนิช หนังสือลึกลับที่สุดในโลก ความลับ 600 ปี

วอยนิช หนังสือลึกลับที่สุดในโลก ความลับ 600 ปี บนโลกใบนี้มีเรื่องลึกลับมากมายที่ยังเป็นปริศนา เช่นเรื่องราวของ วอยนิช หรือเรียกว่า หนังสือวอยนิช ( Voynich manuscript ) ซึ่งถูกตั้งตามชื่อของนายวิลฟริด เอ็ม. วอยนิช ( Wilfrid M. Voynich ) พ่อค้านักสะสมหนังสือเก่า เชื้อสายโปแลนด์-อเมริกัน ที่ได้หนังสือเล่มนี้มาเมื่อปี 1912 จากนักบวชในอิตาลีหนังสือเป็นกระดาษที่ทำจากหนังลูกวัว 240 กว่าหน้า ซึ่งมีเล่มเดียวในโลกถูกเขียนด้วยลายมือจากปากกาขนนก ในสมัยต้นศตวรรษที่ 15 หรือกว่า 600 ปีที่แล้ว มีความพิสดาร คือ ไม่มีผู้ใดในโลกอ่านมันออกหรือถอดความได้สักคน

เหตุเพราะหนังสือลึกลับนี้ มีข้อความอักขระ และภาพวาดแปลกประหลาดซ่อนความหมายอันซับซ้อนเนื่องจากไม่สามารถอ่านออกได้นี้เอง จึงเป็น “ความท้าทาย”ของนักภาษาศาสตร์และนักโบราณคดีที่ได้พยายามแปลความหมายในหนังสือนี้กันอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่หนังสือวอยนิชถูกค้นพบใหม่เมื่อปี 1912 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จแม้แต่ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการถอดรหัสโค้ดลับของนาซีก็ยังไม่สามารถทำได้จึงกล่าวได้ว่าเป็นหนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลกเล่มหนึ่งและอีกหลากหลายประเด็นชวนคิดจากแฟนไทยรัฐออนไลน์ที่แจ้งมาผ่านอินบ็อกซ์วันนี้ทีมข่าวฯ มีคำตอบเชิงลึกจาก รศ.ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุลกูรูและผู้คร่ำหวอดด้านวิทยาศาสตร์ของไทย ผู้ที่ชอบเรื่องลึกลับ ไม่ควรพลาด LOTTONINJA หวยออนไลน์ บาทละ 900


วอยนิช หนังสือลึกลับที่สุดในโลก ความลับ 600 ปี


วอยนิช หนังสือ วอยนิช หนังสือ ที่ไม่มีใครอ่านออกปริศนาของโลก

วอยนิช หนังสือลึกลับที่สุดในโลก ความลับ 600 ปี คนแรกของโลก แปลประโยคแรกของหนังสือสำเร็จ “เป็นเรื่องน่ายินดีมากถ้า เกรก ฮอนเดร็กทำงานมานานเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AIถอดรหัสหนังสือวอยนิชได้สำเร็จจริง แม้จะเป็นเพียงประโยคเดียว
ก่อนหน้านี้มีหลายครั้งที่บรรดานักถอดรหัสนักถอดภาษาโบราณเก่าแก่พยายามถอดความได้ว่าภาษาที่ใช้เขียนมีตั้งแต่ภาษาละติน ของโรมันโบราณ ภาษาทิเบต แต่จากการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์มาใช้แปลของนายเกร็กคนแรกที่แปลประโยคแรกของหนังสือได้สรุปค่อนข้างมั่นใจได้ชัดเจนว่าเป็นภาษาฮิบรู” รศ.ดร.ชัยวัฒน์กล่าวด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มที่ปริศนาลับที่รอคอยมา 50 ปีถูกแง้มสำเร็จเผยความหมายประโยคแรกจาก “ตำราวอยนิช” หนังสือลึกลับเมื่อ 600 ปีก่อน

วอยนิช หนังสือลึกลับที่สุดในโลก ความลับ 600 ปี


ทั้งนี้ประโยคแรกที่สามารถแปลความหมายออกมาเป็นภาษาอังกฤษที่เกรกฮอนเดร็กทำได้สำเร็จเป็นข่าวใหญ่เมื่อปลายเดือน ม.ค. 2561 คือ "She maderecommendations to the priest, man of the house and me and people”มันเป็นประโยคที่ค่อนข้างแปลกประหลาด แต่ก็น่าสนใจไม่น้อย รศ.ดร.ชัยวัฒน์ชี้เป็นโอกาสเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาการทางวิทยาศาสตร์จนสามารถแกะรอยเรื่อง
ลึกลับได้“ประโยคดังกล่าวถอดความเป็นภาษาไทยได้ว่า "เธอมีคำแนะนำแก่พระหัวหน้าบ้าน ฉันและผู้คน” ผมสนใจเรื่องพัฒนาการของวิทยาศาสตร์และหนังสือเล่มนี้เขียนด้วยลายมือในต้นศตวรรษที่ 15 ถ้าถอดรหัสได้หมดทั้งเล่มก็น่าจะมีองค์ความรู้ เรื่องราวต่างๆของยุโรปในสมัยนั้นว่าเป็นอย่างไรจากภาพประกอบต่างๆ ในเล่ม

ทั้งรูปคน พืชที่ไม่มีใครรู้จัก แปลกประหลาด ดูแล้วไม่ทราบจริงๆ ว่าคืออะไรคล้ายสมุนไพร มีภาพเชื่อมโยงทางดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ ตำราทางการแพทย์เป็นตำรับในการปรุงยาบางอย่างหรือเปล่าด้วย”รศ.ดร.ชัยวัฒน์เกริ่นประโยชน์ต่อโลก หากถอดรหัสได้ทั้งเล่มย้อนรอยอดีต กับความพยายามถอดความของคนดังระดับโลก

พร้อมนี้ รศ.ดร.ชัยวัฒน์ ได้เปิดเผยผู้ที่เคยพยายามถอดความอักขระปริศนาหลังจากที่หนังสือวอยนิชได้รับการเปิดเผยต่อชาวโลกครั้งใหม่มากว่า 100 ปีแต่กลับล้มเหลว ไม่ประสบความสำเร็จเช่นเกรก ฮอนเดร็ก
คนแรกๆ คือ วิลเลียม นิวโบลด์ (William Newbold) ในปี ค.ศ. 1919ถอดรหัสออกมาว่า เป็นภาษาเขียนที่ซ่อนภาษาแท้จริงเป็นภาษากรีกโบราณแบบชวเลข บอกเรื่องราวเกี่ยวกับพืช การแพทย์ดาราศาสตร์ ที่สำคัญก็ยืนยันว่าผู้เขียนหนังสือวอยนิช คือ โรเจอร์ เบคอนตามที่เคยมีการระบุในอดีตเมื่อหลาย 100 ปีก่อน โดยที่ โรเจอร์ เบคอนเป็นนักคิดนักวิทยาศาสตร์อังกฤษ มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโลก มีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ.
1220-1292 แต่บทสรุปของวิลเลียม นิวโบลด์ ไม่เป็นที่ยอมรับของนักภาษาศาสตร์
และประวัติศาสตร์ทั่วไปอีก 25 ปีต่อมา ในปี ค.ศ. 1944 ฮิวจ์ โอนีลล์ (Hugh O'Neill)นักพฤกษศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงทำการวิเคราะห์ภาพพันธุ์พืชที่ปรากฏในหนังสือวอยนิชและสรุปว่าพืชเหล่านั้นน่าจะเป็นพืชของทางทวีปอเมริกา

ซึ่งจากการถอดรหัสด้วยภาพนี้ ทำให้คาดว่าอายุของตำราฉบับนี้น่าจะอยู่ในช่วงหลังจากปี ค.ศ. 1493 ที่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส(Christopher Columbus) นำเมล็ดทานตะวันมาปลูกยังยุโรปเป็นครั้งแรกแต่ข้อสรุปนี้ก็ยังมีนักวิชาการอีกหลายท่านที่ไม่เห็นด้วยอีกเช่นกัน

วอยนิช หนังสือลึกลับที่สุดในโลก ความลับ 600 ปี


มูลเหตุจูงใจ ที่ต้องเขียนข้อความลึกลับใน “วอยนิช”เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ กระหายใคร่รู้คำตอบแท้จริงซึ่งเคยมีบันทึกเป็นเอกสารในอดีตว่า ผู้เขียนหนังสือวอยนิช คือนักบวชนักปรัชญา และนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ชื่อ โรเจอร์ เบคอนอาจตั้งใจทำขึ้นให้สะดุดตากษัตริย์รูดอล์ฟที่ 2 ซึ่งชื่นชอบรหัสลับจนพระองค์หลงกลซื้อด้วยจำนวนเงินในราคา 300 ดูคัตทองคำ (Gold Ducats)หรือประมาณ 14,000 ดอลลาร์ ในช่วงนั้น กับภาษาชวนพิศวงภาพวาดประกอบสุดพิสดาร ไม่ได้ต้องการสื่อความหมายใดๆ ก็เป็นได้ซึ่งเป็นความเห็นคล้าย รศ.ดร.ชัยวัฒน์“การแปลไม่ออก คือ ความท้าทาย แม้แต่ทีมนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญการถอดรหัสฝ่ายสัมพันธมิตรที่ถอดรหัสของเยอรมันนาซีได้สำเร็จก็ได้พยายามถอดรหัสหนังสือวอยนิชด้วย แต่ก็ไม่สำเร็จคนเขียนตั้งใจให้ถอดยากเพื่อส่งข่าวสารบางอย่าง ภาษาที่เขียนขึ้น
อาจเป็นภาษาศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็ได้อย่าง นักวิทยาศาสตร์บางคนในยุโรป เช่น นิวตัน

ตอนเขียนหนังสือวิทยาศาสตร์สำคัญ ก็ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ แต่ใช้ภาษาละตินเพราะถือว่าเป็นภาษาวิชาการที่มีความศักดิ์สิทธิ์ คนที่มีความรู้จริงถึงจะเขียนได้คนเขียนวอยนิช เขียนขึ้นเป็นภาษาใหม่ของเขาที่ยังถอดกันไม่ออกอาจเขียนขึ้นมาเพื่อปั่นหัวคนเล่น อาจไม่มีความหมายอะไรก็ได้สำหรับประเด็นเกี่ยวกับโรเจอร์ เบคอน ในปี ค.ศ.2009มีการตรวจอายุหนังสือวอยนิชด้วยคาร์บอน เดตติ้ง พบว่ามีอายุระหว่างปีค.ศ.1404-1438 ซึ่งทำให้ตัดชื่อของโรเจอร์ เบคอนในฐานะผู้เขียนหนังสือวอยนิชออกได้ เพราะโรเจอร์ เบคอน มีชีวิตอยู่ระหว่าง ปี ค.ศ.1220-1292” รศ.ดร.ชัยวัฒน์ให้ทัศนะ


สามารถอ่านบทความหวย เเละ อื่นๆ ได้ที่ | หวย | หวยมาเลย์ | หวยฮานอย หวยหุ้น หวยยี่กี | หวยลาว | หวยออนไลน์ 

เเชร์ :