สวยงามอลังการ “พญานาค” ช่วยสร้าง “วัดภูตะเภาทอง” คอหวยแห่ขอโชคลาภ

สถานที่ท่องเที่ยวขอโชคลาภแห่งใหม่จ.อุดรธานี “วัดภูตะเภาทอง” กำลังเป็นที่นิยมไม่แพ้ที่อื่น ๆ มีความสวยงามอลังการเชื่อถูกสร้างขึ้นมาจากธรรมชาติขณะที่คอหวยไม่พลาดไปขอ”เลขเด็ด”เสี่ยงโชค

วันที่ 21 ต.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดภูตะเภาทอง ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมะและประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพานน้อยและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ป้ายแดง

ที่กำลังเป็นที่นิยมไม่แพ้ที่อื่น ซึ่งมีความสวยงามอลังการ ที่เชื่อว่าถูกสร้างขึ้นมาจากธรรมชาติและมนุษย์โบราณก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งผสมผสานกันได้อย่างน่ามหัศจรรย์และลงตัวรวมทั้งเป็นสถานที่ขอโชคลาภ

และที่พึ่งทางใจของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่ทยอยเดินทางมาเที่ยวชม หลังทราบข่าวจากสื่อโซเชียล โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องได้ด้วยรถส่วนตัว โดยใช้เส้นทางทางหลวงแผ่นดิน 2315 ถึงสี่แยกสัญญาณไฟแดง อ.หนองวัวซอ

เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางหลวงชนบท 4022 ซึ่งจะมีป้ายบอกทางตลอดเส้นทาง

นายโสพล อินนำคา ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 บ.หนองแวงชุมพล ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า วัดภูตะเภาทอง ปัจจุบันมีพระครูเขมกาญจโนภาส (สุพรรณ) เป็นเจ้าอาวาส มีพระสงฆ์ 5 รูป สามเณร 1 รูป เป็นวัดราษฎร์

สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตนิกาย เป็นพื้นที่ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้จัดตั้งวัดอย่างถูกต้องบนเนื้อที่กว่า 15 ไร่ พื้นที่ส่วนมากเป็นลานหิน ซึ่งนักวิชาการสันนิษฐานว่า เดิมเป็นทะเล

ต่อมาเกิดการยกตัวขึ้นเป็นลานหินและพื้นดิน คาดว่าจะมีกลุ่มคนผู้เลี้ยงสัตว์ หรือนายพรานใช้เป็นเส้นทางในการล่าสัตว์ เนื่องจากมีการพบรอยฝ่ามือมนุษย์ข้างหินก้อนใหญ่ ปัจจุบันเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพียง 4 เดือน 

โดยก่อนหน้านี้ วัดแห่งนี้จะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของชาวบ้านและเป็นแหล่งศึกษาดูงานของคนต่างพื้นที่

นอกจากจะเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแล้ววัดแห่งนี้ยังมีจุดเด่นที่มีความศักดิ์สิทธิ์ คือ “พญานาคราชสีทอง” ชื่อมุจลินท์ ซึ่งหลวงพ่อได้สร้างขึ้นตามนิมิตและรอยฝ่ามือแดงที่ปรากฏให้เห็นตรงหินก้อนใหญ่ เราตั้งชื่อหินนั้นว่าเรือสำเภา

เพราะมีรูปร่างคล้ายเรือ นักท่องเที่ยวที่มาแทบทุกคนต่างพากันคลานลอดใต้หินที่มีรูปร่างคล้ายเรือสำเภา ที่เชื่อว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ ปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกจากตนเอง ก่อนจะไปขอพรโชคลาภจากรูปปั้นพญานาค สำหรับรอยฝ่ามือแดงนั้น 

เราได้ให้กรมศิลปากรตรวจสอบแล้ว และมีผลยืนยันว่ามีอายุประมาณ 2,500 ปี โดยมีอายุใกล้เคียงกับผาแต้ม จ.อุบลราชธานี โดยช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประมาณวันละ 1,000 คน ส่วนวันธรรมดา มีประมาณ

300-400 คน นายปวง เทพมณี ผญบ.

ม.8 บ.หนองแวงศรีชมภู ในฐานะประธานการท่องเที่ยวกลุ่ม 3 หนอง ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ตอนเริ่มสร้างปู่พญานาค เจ้าอาวาสเล่าให้ฟังว่า สถานที่แห่งนี้เก่าและทรุดโทรมมาก จึงได้ว่าจ้างรถแบ็กโฮมาขุดดินตรงจุดที่จะก่อสร้างพญานาค

ซึ่งอดีตเป็นคันดินธรรมดาและรูปปั้นพญานาคเก่าอยู่ 2 ตน ตอนนั้นหลวงพ่อไม่ได้บอกกล่าว แต่ให้รถมาทำการปรับปรุงเลย เมื่อกำลังจะทำการขุด ปรากฏว่าเครื่องยนต์รถแบ็กโฮสตาร์ตติด โดยไม่สามารถติดเครื่องได้อีกเลยจึงจอดรถทิ้งไว้

ช่วงกลางคืนหลวงพ่อฝัน มีคนมาพูดว่า ท่านจะทำอะไรทำไมไม่บอกเรา ท่านจะสร้างอะไร ท่านมาทำลายเราทำไม พอตื่นเช้ามาหลวงพ่อนึกได้ว่าไม่ได้บอกกล่าว จึงตั้งจิตอธิษฐานบอกกล่าว รถแบ็กโฮจึงสามารถทำงานต่อไปได้ เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก 

แต่หลังสร้างเสร็จก็ยังไม่มีคนมาเที่ยวชม กระทั่งกลางดึกของคืนหนึ่ง หลวงพ่อก็ได้ฝันอีกว่ามีคนบอกให้หลวงพ่อไปช่วยเปิดถ้ำที่อยู่ด้านบนของภูเขา และเราจะมาช่วยหลวงพ่อสร้างวัด เมื่อสร้างวัดแล้วเราจะไปเกิดเพราะอยู่ที่นี่มานาน เราชื่อ “มุจลินท์นาคราช” 

หลวงพ่อก็ไปขุดดินเพื่อเปิดทางถ้ำตามที่ฝัน หลังขุดดินเสร็จยังไม่ทันได้เก็บเครื่องมือ คนจากต่างถิ่นก็หลั่งไหลเข้ามาที่วัด ซึ่งสร้างความประหลาดอัศจรรย์ใจมาก เพราะเดิมที่วัดแห่งนี้จะไม่มีใครเข้ามา หากจะมาก็เป็นส่วนราชการที่มาศึกษาดูงานเท่านั้น

ส่วนนักท่องเที่ยวบางคนที่มาที่นี่ ต่างมาขอโชคขอลาภ และสมปรารถนา เพราะมีคนขายลอตเตอรี่คนหนึ่งเขาเคยขอพรกับองค์รูปปั้นปู่ “มุจลินท์นาคราช” โดยบอกว่าอยากร่ำอยากรวยมีโชคลาภ แล้วถูกลอตเตอรี่ 5 ใบ แต่เขาไม่ยอมบอกว่าถูกรางวัลใด อีกทั้งเมื่องวดที่ผ่านมามีคนกรุงเทพฯ มาตั้งโต๊ะเครื่องเซ่นบนบานขอพร ซึ่งเขาบอกว่าได้เลข 64 ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาถูกรางวัลที่ 1 หรือไม่.

เเชร์ :